เลือกลงทุนแฟรนไชส์อย่างฉลาดในงาน SMART SME EXPO

ใกล้เข้ามาแล้วกับงาน Smart SME Expo 2018 งานแสดงธุรกิจครบวงจรและยิ่งใหญ่ที่สุด โดยปีนี้มาในคอนเซปท์ “ชี้ช่องรวย ที่เดียวจบพบทางรวย” พร้อมไฮไลท์เด็ดกับ 5 โซนธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในนั่นคือการรวมแฟรนไชส์มาแรงแห่งปีให้เลือกลงทุนในเงื่อนไขสุดพิเศษ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้าน พร้อมเจ้าของธุรกิจที่จะมาคอยให้ข้อมูลการตัดสินใจลงทุนแบบตัวต่อตัว ถือเป็นจุดนัดพบสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ต้องการหาพันธมิตรและผู้ร่วมลงทุนแฟรนไชส์ทั้งไทยและต่างชาติ

แต่ก่อนถึงวันงาน 5 – 8 กรกฎาคมนี้ ที่ฮอลล์ 3 – 4 อิมแพ็คเมืองทองธานี เราขอแนะนำทริคงายๆในการเลือกลงทุนแฟรนไชส์อย่างฉลาดมาให้รู้กัน

แฟรนไชส์ ถือเป็นธุรกิจที่ขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย ด้วยการนำกลยุทธ์ที่ให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้า ได้แก่ ชื่อสินค้าหรือบริการ แบรนด์ หรือ โลโก้ โดยเจ้าของแฟรนไชส์ หรือเรียกว่า Franchisor โดยจะทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับธุรกิจของตนให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือ Franchisee

โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า และ Knowhow ที่ได้เรียนรู้ให้กับเจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งมีลักษณะการจ่ายที่แตกต่างกันไปตามข้อตกลงของผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น จ่ายค่าแฟรนไชส์ครั้งแรก หรือ หักค่าสิทธิ์ Royalty Fees จากรายได้ของผู้ซื้อแฟรนไชส์ โดยผู้ซื้อควรศึกษาแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง และเป็นธุรกิจที่มีความสะดวกทั้งต่อตัวผู้ซื้อแฟรนไชส์และผู้บริโภค สามารถมองเห็นโอกาสเติบโต ที่สำคัญควรศึกษาข้อมูลของแฟรนไชส์ที่ก่อนลงทุนอย่างละเอียด

ซึ่งก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆรอบด้าน เช่น เป็นธุรกิจประเภทที่ชอบหรือมีความสนใจหรือไม่ ยกตัวอย่าง การเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เพราะปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟกันมาก แต่ตัวเจ้าของธุรกิจเองไม่ดื่มกาแฟ กรณีแบบนี้ก็อาจจะไม่สามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้

นอกจากนั้น ความมั่นคงของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เราสนใจก็จำเป็นต้องใส่ใจ เพราะถึงแม้จะสามารถบริหารแฟรนไชส์ที่ซื้อมาได้ดี แต่หากบริษัทแม่ต้องปิดตัวไปก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ ฉะนั้นควรศึกษาให้ดีว่าแฟรนไชส์เจ้านั้น ทำธุรกิจนี้มาแล้วกี่ปี ปัจจุบันมีสาขาของตัวเองและสาขาแฟรนไชส์กี่สาขา

ด้านการควบคุมคุณภาพก็สำคัญ ซึ่งผู้ซื้อควรศึกษาว่าตัวเจ้าของแฟรนไชส์ให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการหรือไม่ เช่น หากเป็นสินค้าบริโภค ต้องควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบให้สะอาดและได้มาตรฐาน สำหรับธุรกิจบริการ ควรมีการฝึกอบรมบุคลากรให้มีการให้บริการในมาตรฐานเดียวกัน เป็นต้น

การกำหนดเงื่อนไขสัญญาบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจน ผู้ซื้อแฟรนไชส์ควรคำนวณต้นทุน และศึกษาราคาที่เมาะกับความสามารถในการลงทุน รวมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการตกลงกันไม่ได้

การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดผลประกอบการที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้เจ้าของแฟรนไชส์วางแผนการขนส่งสินค้าหรือวัตถุดิบไปยังสาขาแฟรนไชส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดเพิ่มเติม

expo.smartsme.co.th/2018

Call Center : 0863141482

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *